X-Com Enemy Unknown

ช่วงนี้อยู่บ้านติดๆ กันหลายวัน ด้วยความที่ไม่รู้จะทำอะไรดี ก็เลยนั่งหาเกมเก่าๆ มาเล่น สุดท้ายก็กลับไปลงที่ X-Com: UFO Defense ที่เคยเล่นจบไปแบบโกงมาแล้ว

สำหรับเกมนี้ ก็ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในเกมส์คลาสสิคขึ้นหึ้งเกมนึง (แปลว่ามันเก่ามาก) เนื้อเรื่องคือในปลายปี 1998 มียานบินมนุษย์ต่างดาวมาบุกโลก สหประชาชาติจึงมีมติจัดตั้งกองกำลังป้องกันโลกต่อต้านเอเลี่ยนที่ชื่อ X-Com ขึ้นมา โดยให้เราเป็นผู้บัญชาการเพื่อต่อต้านและขับไล่เอเลี่ยนออกไปจากโลกของเรา

ลักษณะเกมจะแบ่งออกเป็นสองโหมดคือ Globalscape ซึ่งเป็นโหมด Real-time ที่จะใช้ออกคำสั่งยานรบของเราให้ไปต่อสู้กับ UFO และเมื่อเราสามารถสอย UFO ตกได้ เราก็จะต้องส่งกองกำลังออกไปกวาดล้างเอเลี่ยนในระดับภาคพื้น ซึ่งเราจะต้องควบคุมยูนิตต่างๆ แบบ Turn-base ในโหมดที่ชื่อ Battlescape

หลังจากภาคแรกวางขายในยุโรปใช้ชื่อว่า UFO: Enemy Unknown ก็เจอปัญหาด้านลิขสิทธิในช่ือทำให้ต้องเปลี่ยนชื่อเป็น X-Com: UFO Defense สำหรับวางขายในอเมริกา หลังจากนั้นก็ใช้ชื่อ X-Com มาตลอด นับเป็นซีรี่ส์ที่ได้รับความนิยมมากเพราะมีภาคต่อได้ถึงสามสี่ภาค ภายหลังเพ่ิมมีการเล่นโหมด Battlescape แบบ Real-time ได้ในภาค 3 (X-Com: Apocalypse) หรือ เปลี่ยนอาชีพจากผู้บัญชาการไปขับเครื่องบินใน X-Com: Interceptor แต่คาดว่ายอดขายจะไม่สอดคล้องกับความนิยมเพราะสุดท้ายภาคต่ออื่นๆ ก็ถูกดอง แล้วบริษัทต้นสังกัดอย่าง Microprose ก็เจ๊งไปซะอย่างงั้น (ทั้งๆ ที่เกมของบริษัทนี้ก็เป็นเกมระดับตำนานทั้งนั้น อย่างเช่น Civilization, Railroad Tycoon, Transport Tycoon, Master of Orion เป็นต้น)

สำหรับคนที่อยากลองเล่น สามารถสั่งซื้อผ่านทาง Steam ได้เลย หรือไม่ก็อดใจรออีกหน่อย เพราะทางบริษัท Firaxis ออกมาประกาศแล้วว่าจะทำการ Remake ซีรี่ส์ X-Com พร้อมฟีเจอร์มากมาย โดยตั้งชื่อภาคแรกที่รีเมคเป็น X-Com: Enemy Unknown ดูจากวิดีโอสัมภาษณ์ Lead designer แล้วน่าเล่นมาก และคิดว่าไม่น่าจะทำให้แฟน X-Com ผิดหวัง


ถึงตอนนี้คงต้องเตรียมหยอดกระปุกแล้วล่ะ

ข้าวหน้าหมูย่างถ่าน บูตะยาโร่

20120208-120836.jpg

豚野郎 (บูตะยาโร่) แปลเป็นภาษาไทยได้ว่าไอ้ชาติหมู เป็นชื่อร้านข้าวหน้าหมูย่างถ่านเล็กๆ เจ้าหนึ่งแถวสถานีお茶の水 (โอชาโนะมิสึ) อันเป็นสาเหตุให้เพื่อนๆ ผมขนานนามร้านนี้ว่า “หมูเทพโอชา” ซึ่งย่อมาจากคำว่า “(ข้าวหน้า)หมู(อร่อย)เทพ(สถานี)โอชา(โนะมิสึ)” นั่นเอง

ด้วยตัวร้านที่มีขนาดเล็กมากพอให้คนเข้าไปได้เพียง 9 คน และร้านนั้นอยู่ชั้นสาม ทำให้เวลาไปที่ร้านนี้ออกจะต้องลุ้นซักนิดว่าจะมีคิวยาวขนาดไหน แต่โดยมากหากไปก่อนเที่ยงครึ่งในตอนกลางวัน หรือทุ่มครึ่งในตอนเย็นก็มักจะได้เข้าไปนั่งในร้านในเวลาไม่นานนัก

สำหรับการเลือกสั่งอาหารนั้นง่ายมากเพราะมีเมนูให้เลือกแค่ ข้าวหน้าหมูขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ แต่ถ้าเป็นตอนเย็นอาจจะเลือกอัพเกรดเป็นชุดข้าวราดซุปได้อีกในราคาสองร้อยเยน

ข้าวหน้าหมูย่างถ่านของที่นี่จะใช้หมูสามชั้นหั่นชิ้นหนาพอสมควรยาวซักฟุตนึง เอาไปชุบน้ำซอสแล้วเอาไปย่างกับเตาถ่าน ดังนั้นรสหวานเค็มเข้มข้นของซอสก็จะอยู่ที่ผิว เนื้อในก็ยังคงความอร่อยแบบหมูย่างอยู่

แน่นอนว่าหมูสามชั้น เจอซอสหวานๆ กับข้าวชามโต ถึงจะอร่อยแค่ไหนก็คงไม่พ้นกับคำว่าเลี่ยน ดังนั้นการอัพเกรดเป็นข้าวราดซุปจึงเป็นทางออกที่น่าสนใจ เพราะตัวเซทซุปจะมาพร้อมกับซุปหนึ่งกา เครื่องเคียงเป็นต้นหอม สาหร่าย และวาซาบิ วิธีทานของทางร้านก็คือให้กินข้าวหนึ่งในสาม ใส่เครื่องเคียงแล้วทานต่ออีกหนึ่งในสาม แล้วเติมซุปลงไปก็จะได้ความอร่อยแบบไม่เลี่ยน ส่วนคำแนะนำของผมและเพื่อนคือ ควรทานหมูให้หมดหรือเหลือไว้ซักชิ้นสองชิ้นก่อนเติมชาเพราะความเข้มข้นของหมูจะลดลงจนหมดอร่อยได้

เมื่อทานเสร็จแล้วออกมาฝั่งตรงข้ามหน้าสถานีชินโอชาโนะมิสึมีร้านเชนขนมชื่อดังกินซ่าโคซี่คอร์เนอร์ ใครที่อยากทานขนมปิดท้ายก็ไปต่อร้านนี้ก็เป็นทางเรื่องที่น่าสนใจ

He definitely was the prophecy

ระหว่างนั่งรถไปมหาลัยก็ได้เห็นรูปนี้จาก AllthingsD แล้วทำให้นึกถึงข่าวรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกของ Apple ที่อ่านก่อนออกจากบ้านแฮะ

คุกกล่าวว่าปีที่ผ่านมาคงพิสูจนได้แล้วว่ามันเป็นปีของ iPad จริงๆ

สตีฟ จ๊อบส์นี่เมรพขริงๆ เลยแฮะ