He definitely was the prophecy

ระหว่างนั่งรถไปมหาลัยก็ได้เห็นรูปนี้จาก AllthingsD แล้วทำให้นึกถึงข่าวรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกของ Apple ที่อ่านก่อนออกจากบ้านแฮะ

คุกกล่าวว่าปีที่ผ่านมาคงพิสูจนได้แล้วว่ามันเป็นปีของ iPad จริงๆ

สตีฟ จ๊อบส์นี่เมรพขริงๆ เลยแฮะ

Some thought on SOPA

ข่าวที่ดังที่สุดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาในโลกไซเบอร์สเปซก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องร่างกม. “SOPA/PIPA” และการเข้าจับกุมเจ้าของเว็บไซต์แชร์ไฟล์ Megaupload ที่น่าจะถูกจับเพื่อเป็นการเชือดไก่ให้เว็บไซต์ฝากไฟล์หลายๆ แห่งดูเป็นตัวอย่าง แต่เพราะแรงต่อต้านที่มาจากทั่วทั้งอินเทอร์เน็ตที่ถูกปลุกกระแสโดยเว็บไซต์ชื่อดังต่างๆ ทั่วโลก เช่น การปิดวิกิพีเดีย หรือปิดโลโกเป็นสีดำของกูเกิล ทำให้สถานการณ์ในขณะนี้อาจจะกล่าวได้ว่าฝ่ายผู้ประท้วงร่างกฏหมายนี้ได้รับชัยชนะ เพราะร่างกฏหมายนี้ถูกนำออกจากวาระประชุมสภาแล้ว

แน่นอนว่าคำถามที่หลายคนอาจจะคิดขึ้นมาก็คือ ถ้าเกิดมีการออกกฏหมายในลักษณะที่ริดรอนสิทธิแบบนี้ขึ้นมาในเมืองไทย เราจะทำอะไรได้บ้าง เราถึงจะสามารถต่อต้านการออกกฏหมายในลักษณะนี้ได้?

ส่วนตัวแล้ว ผมไม่เชื่อว่าการประท้วงในรูปแบบนี้จะมีผลต่อการตัดสินใจของรัฐบาลไทย

สาเหตุหลักก็คือเราไม่มีเว็บไซต์ที่จะสร้าง Impact ในระดับที่วิกิพีเดีย หรือกูเกิลมีต่ออินเทอร์เน็ตโลก คิดง่ายๆ แค่ว่าถ้า SOPA เกิดขึ้นในไทย แล้วให้เว็บไซต์ใหญ่ของไทย 20 เว็บไม่เห็นด้วยกับกฏหมายนี้ เปลี่ยนหน้าแรกของเว็บเป็นสีดำทั้งหน้าเพื่อประกาศจุดยืน รัฐบาลจะทำยังไง ผมเชื่อว่า เจ้าของจะต้องโดน “ขอความร่วมมือ” ให้เอาประกาศออกอย่างไม่ต้องสงสัย ถ้าใครไม่ทำก็น่าจะต้องเตรียมตัวปิดบริษัทกันได้เลย

ไม่ว่าจะเป็นการเมืองไทยหรืออเมริกา ข่าวนี้อาจจะบอกว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องหาผู้แทนที่สามารถเข้าไปเป็นปากเป็นเสียงให้กับวงการไอที

Thai Fest vs Korean Wave Fest

เห็นข่าวนี้ใน Japan Probe แล้วแอบยินดีเหมือนกันแฮะที่เอาประเทศไทยไปเทียบกับเกาหลี ถึงจะเหมือนโดนใช้เป็นเครื่องมือก็เถอะ

เรื่องของเรื่องก็คือ กระแสเกาหลีในญี่ปุ่นตอนนี้ค่อนข้างมาแรงมาก ถึงขนาดวง Girl’s Generation ได้ขึ้นไปร้องเพลงในประกวดร้องเพลงขาวแดงในงานปีใหม่ที่ผ่านมาด้วย ยอดขายของนักร้องเกาหลีเองก็เรียกได้ว่าไม่น้อยหน้าศิลปินญี่ปุ่น ทีวีก็มีละครเกาหลีให้เห็นเนืองๆ เดินไปตามถนนก็เห็นป้ายโฆษณาติดอยู่เต็มไปหมด (ถึงจะไม่เท่า AKB47 ก็เหอะ) เอาเป็นว่าแรงมากแล้วกัน
แน่นอนว่ากระแสแรง คนที่ไม่ยอมรับหรือคิดต่างมันก็ต้องมากตามไปด้วย ก็เลยมีคนพยายามออกมาบอกว่าที่เห็นว่ากระแสแรงน่ะ มันไม่ใช่ความนิยมจริงๆ แต่เป็นเพียงสิ่งที่สื่อแสดงให้เราเห็นว่ามีคนนิยมเพื่อจุดกระแสต่อไป และเพื่อยืนยันความคิดนี้ ก็เลยไปถ่ายวิดีโอขึ้นมาเปรียบเทียบระหว่างงาน Thai Festival ที่จัดเมื่อปี 2010 กับงาน Korean Wave Festival 2012 ที่เพิ่งจัดไปเมื่อต้นปี

สื่อบางแห่งบอกว่างาน Korean Wave Fest มีคนเข้าร่วมถึงสองแสนคนแต่ดูจากรูปแล้วค่อนข้างไม่น่าเชื่อเท่าไหร่ เจ้าของวิดีโอให้เหตุผลว่าคนญี่ปุ่นจำนวนมากไม่ชอบเกาหลีด้วยหลายๆ สาเหตุ หนึ่งในนั้นก็คือเพราะจำนวนคดีอาชญากรรมที่เกิดขึ้นโดยคนเกาหลีในญี่ปุ่นนั้นเยอะมากเมื่อเทียบกับปัญหาที่เกิดขึ้นโดยคนไทย

ส่วนหนึ่งจริงๆ อาจจะเพราะอาหารเกาหลีสามารถหาทานในญี่ปุ่นได้ง่ายกว่าอาหารไทย บวกกับเป็นหยุดยาวสามวัน 7-9 มกราคม คนน่าจะหนีไปเที่ยวต่างจังหวัดกันเยอะ ผิดกับตอน Thai Fest ที่จัดช่วงสุดสัปดาห์ธรรมดา ที่คนไม่ได้ไปเที่ยวไหนกันด้วยล่ะมั้ง ผมเคยไปเดินงาน Thai Fest 2010 ช่วงกลางวันเหมือนกัน คนแน่นเหมือนในวิดีโอนี้เลย แต่ของปีนี้มีปัญหาหลายอย่าง สถานที่ก็เปลี่ยน แถมเปลี่ยนมาอยู่ตอนเดือนกันยา คนก็น้อยลงไม่ได้แน่นเหมือนในวิดีโอนี้เหมือนกัน

ถึงวิดีโอจะเป็นความจริง แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแสเกาหลีที่เห็นๆ อยู่มันก็แรงด้วยตัวมันเองอยู่แล้วส่วนหนึ่ง สื่อถึงได้เอาไปเล่นกันได้เยอะขนาดนี้ แค่วิดีโอแค่นี้ก็คงเอาไปตัดสินอะไรไม่ได้

Infographics? I don’t think so.

Infographics หรือ Information Graphics เป็นวิธีการอย่างหนึ่งในการแสดงข้อมูลตัวเลขที่ซับซ้อนให้เป็นข้อมูลที่เข้าใจง่ายด้วยการใช้แผนภาพหรือรูปภาพ มุ่งเน้นให้ผู้ชมวิเคราะห์และเข้าใจข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว เช่นเมื่อเร็วๆ นี้มีการเทียบขนาดองคชาตของผู้ชายเชื้อชาติต่างๆ ด้วยขนาดกล้วย เป็นต้น

แต่ว่าบางทีคนทำก็คงเข้าใจผิด คิดว่าเอาเลขมาแปะๆ ใส่รูปสวยๆ หน่อยก็เป็น Infographics แล้วล่ะไม่ใช่แค่ของไทยนะ ของต่างประเทศก็เห็นเยอะเหมือนกัน ส่วนข้างล่างนี่ถ้าทำเป็นกราฟวงกลมเปรียบเทียบให้เห็นง่ายๆ ก็น่าจะดีกว่านี้นะ

ที่มา: Blognone