เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการเปิดบัญชีธนาคารที่ญี่ปุ่น

คือช่วงนี้อยากจัดระเบียบการเงินใหม่ๆ เลยว่าจะไปเปิดบัญชีธนาคารเพิ่มจะได้คุมยอดเงินได้ง่ายๆ หน่อย พอยิ่งหาข้อมูลไปก็ไปเจออะไรน่าสนใจเพิ่มขึ้นเลยมาจดเก็บไว้เผื่อจะมีประโยชน์กับคนอื่นบ้าง

  • ใช้อิงคังในการเปิดบัญชี ปกติธนาคารหลายๆ ที่โดยเฉพาะเจ้าใหญ่ๆ อย่าง MUFG, SMBC หรือ Mizuho นั้นจะต้องใช้อิงคังในการเปิดบัญชี ถ้าอยากเปิดบัญชีก็ทำเตรียมไว้ก่อนเลย ได้ยินว่าบางธนาคารไม่ต้องใช้อิงคังถ้าเปิดบัญชีผ่านแอปของธนาคาร ส่วนธนาคารยูโจะของไปรษณีย์ไม่บังคับว่าต้องใช้อิงคัง
  • อยู่ญี่ปุ่นมาแล้วเกิน 6 เดือน ธนาคารบางแห่งระบุว่าต้องอยู่ญี่ปุ่นเกิน 6 เดือนถึงจะเปิดบัญชีได้ บางแห่งก็ไม่มีเงื่อนไขนี้
  • สาขาที่เปิดบัญชีต้องอยู่ใกล้บ้านหรือที่ทำงาน พนักงานอาจจะปฎิเสธการเปิดบัญชีได้ถ้าสาขาของธนาคารนั้นอยู่ห่างจากบ้านหรือที่ทำงานเกินไป (คือไกลไป จะไปเปิดตรงนั้นทำไมอ้ะ)
  • ตรวจสอบค่าบริการต่างๆ บางธนาคารก็จะมีค่าโอนข้ามสาขา บางธนาคารไม่มี  บางธนาคารคิดค่าบริการ ATM ช่วงวันหยุด ต้องตรวจสอบให้ดี
  • เปิดบัญชีหลายๆ บัญชีไม่ได้ หลักทั่วไปก็คือ 1 ธนาคารจะมีบัญชีออมทรัพย์หลักได้ 1 บัญชี ถ้าต้องการเปิดบัญชีออมทรัพย์เพิ่มจะต้องระบุจุดประสงค์การเปิดบัญชีด้วย ในกรณีที่ไม่มีเหตุผลที่มีน้ำหนักพอพนักงานก็สามารถปฏิเสธการเปิดบัญชีได้ (ตัวอย่างของจุดประสงค์ที่ใช้ไม่ได้คือ เพื่อใช้คุมยอดการใช้เงิน ส่วนจุดประสงค์ที่พอใช้ได้คือ เปิดเพื่อใช้สำหรับดำเนินกิจการส่วนตัว) ที่เป็นเช่นนี้ก็เพื่อป้องกันพวกแก๊งต้มตุ๋นเปิดบัญชีไว้เยอะๆ ไว้สำหรับการก่ออาชญากรรม
  • กฏหลายๆ อย่างมีข้อยกเว้น ถึงแม้ว่าธนาคารตามสาขาจะไม่ยอมเปิดบัญชีให้เราเนื่องด้วยเหตุผลข้างต้น แต่ก็มีบางกรณีที่ธนาคารยอมเปิดบัญชีให้เราเป็นกรณีพิเศษได้เช่นกัน เช่นในกรณีที่ มหาวิทยาลัยหรือที่ทำงานติดต่อธนาคารให้เปิดบัญชีให้ในกรณีพิเศษสำหรับชาวต่างชาติเป็นต้นเป็นต้น ซึ่งปกติแล้วทางธนาคารก็จะเปิดบัญชีให้โดยไม่ต้องใช้อิงคัง หรือว่าไม่จำเป็นต้องอยู่ญี่ปุ่นมาแล้วหกเดือน เป็นต้น

เรื่องแปลกๆ เกี่ยวกับ Software Patent

เนื่องจาก Facebook ก็ได้ทำการเปลี่ยนสัญญาอนุญาตของ React ในรุ่นถัดไปโดยไปใช้สัญญาอนุญาตแบบ MIT แล้วถอดส่วนของไฟล์ PATENTS ที่เป็นปัญหาออก ก็เลยลองไปอ่านเสียงตอบรับใน Hackernews ดูก็เลยได้เจอคนที่เค้าคุยกันเกี่ยวกับความแย่ของสิทธิบัตรซอฟท์แวร์ติดมาด้วยก็คือเรื่องจงใจละเมิดกับละเมิดแบบไม่จงใจ

หลักคร่าวๆ ก็คือ
ถ้ามีการฟ้องร้องแล้วสืบออกมาว่ารู้ว่ามีการจดสิทธิบัตรแล้วจงใจละเมิดแล้วจะมีความผิดมากกว่าละเมิดแบบไม่ตั้งใจ และในหลายๆ กรณีก็รวมไปถึงผู้ใช้งานด้วยไม่ใช่แค่คนพัฒนา บริษัทใหญ่ๆ หลายแห่งก็เลยมีนโยบายว่า ก็ไม่ต้องไปสนใจเรื่องสิทธิบัตรไปจนกว่าทนายจะบอกให้ทำนั่นแหละ (ในคอมเม้นท์ยกตัวอย่างว่าเป็นไมโครซอฟท์กับแอปเปิล)

พอเรื่องมันเป็นแบบนี้ก็เลยมีคนเล่าเรื่องสนุกๆ ตามมาอีก เช่นในอีกคอมเม้นท์หนึ่งก็พูดถึงสิทธิบัตรเรื่องการสั่งอาหารจากเมนูออนไลน์ไว้ว่า บริษัท NPE ที่เป็น Patent Troll บริษัทหนึ่งได้ถือสิทธิบัตรเรื่องการสั่งอาหารออนไลน์จากเมนูเอาไว้ซึ่งจะคอยเรียกเก็บค่าใช้งานสิทธิบัตรในราคาที่แพงมาก สมมติว่าถ้าเราเป็นเจ้าของร้านอาหารที่จะทำเมนูออนไลน์ แล้วเราเลือกที่จะไม่จ่ายค่าใช้งานสิทธิบัตร เราก็อาจจะสามารถคิดราคาค่าอาหารถูกลงได้ กลับกันก็คือถ้าเราจ่ายค่าสิทธิบัตร แล้วเขียนบอกในเมนูว่าที่แพงเนี่ยเพราะเราจ่ายค่าสิทธิบัตร ส่งผลให้ลูกค้าที่เห็นข้อความนี้ทุกคนรับรู้ว่ามีสิทธิบัตรอยู่ ถ้าเลือกไปซื้ออาหารจากร้านที่ไม่ได้จ่ายค่าใช้งานสิทธิบัตร ความรุนแรงฐานละเมิดสิทธิบัตรก็จะหนักขึ้นทันที (โดยปกติคือมากขึ้นเป็นสามเท่า)

และเมื่อคุณอ่านมาถึงบรรทัดนี้ก็ขอแสดงความยินดีด้วยที่คุณได้รับรู้ถึงการมีตัวตนของสิทธิบัตรนี้แล้ว …. 😛

ใบขับขี่สากลกับการขับรถในญี่ปุ่น

“ตอนนี้ผมเป็นนักเรียนอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ทำใบขับขี่สากลก่อนมา ผมจะสามารถขับรถที่ญี่ปุ่นได้ถูกต้องตามกฎหมายรึเปล่าครับ”

คำถามนี้เป็นหนึ่งในคำถามยอดนิยมในกลุ่มเฟซบุ้คของนักเรียนไทยในญี่ปุ่น และเมือได้รับคำตอบแล้วก็คำถามนี้ก็มักจะหายไปจากกระดานสนทนาภายในกลุ่มอย่างรวดเร็ว และเนื่องจากช่วงหลังมีเพื่อนๆ หลายคนมาเที่ยวญี่ปุ่นด้วยวิธีการเช่ารถมาขับเองมากขึ้นก็เลยคิดว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะเขียนโน้ตสั้นๆ เกี่ยวกับใบขับขี่ไว้ให้คนอื่นๆ ได้เข้าใจด้วย

Continue reading ใบขับขี่สากลกับการขับรถในญี่ปุ่น

Aka-Fuji และ Beni Fuji ฟูจิหัวแดง

ช่วงนี้เห็นรูปภูเขาไฟฟูจิยอดสีแดงในเฟซบุ้คอยู่หลายรอบ เลยมีเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับภูเขาไฟฟูจิยอดสีแดงมาฝากครับ

เมื่อพูดถึงภูเขาไฟฟูจิ หรือฟูจิซังหลายๆ คนคงจะคุ้นชินกับภาพภูเขาที่มีเชิงเขาเป็นสีเข้มจากต้นไม้ สูงขึ้นไปอีกชั้นเป็นสีน้ำเงินเข้ม แล้วที่ด้านบนก็มีหิมะขาวๆ ปกคลุมบนยอดอยู่ แต่นอกจากจะมีสีขาวแล้ว บางเวลาฟูจิซังก็ยังมีสีแดงอีกด้วย คนญี่ปุ่นนั้นมีคำเรียกฟูจิซังที่มีหัวสีแดงเฉพาะว่า Aka-Fuji (赤富士) และ Beni-Fuji (紅富士) ซึ่งตัวคันจิของทั้งคู่ก็แปลว่าฟูจิสีแดงเหมือนกัน แล้วสองอย่างนี้แตกต่างกันยังไงล่ะ Continue reading Aka-Fuji และ Beni Fuji ฟูจิหัวแดง