Kitadake รอบที่สองตอนที่ 1: เตรียมตัวเดินทาง

ช่วงหยุดสามวันของญี่ปุ่นที่ผ่านมาเป็นช่วงหยุดส่งท้ายฤดูร้อนของญี่ปุ่น ผมและพี่ๆ ที่รู้จักกันก็เลยถือโอกาสไปปีนเทือกเขามินามิแอลป์เพื่อเก็บภาพภูเขาไฟฟูจิจากยอดเขาคิตะดาเกะที่สูงเป็นอันดับสองของญี่ปุ่น ในครั้งนี้ผมได้รับบทเรียนและประสบการณ์ที่มีค่ามหาศาล จึงอยากนำบทเรียนนั้นมาแบ่งปันให้ทุกๆ คนใช้สำหรับการเตรียมตัวไปปีนเขาในครั้งต่อๆ ไปครับ

Mt. Fuji at dawn (Yamanashi, Shizuoka prefectures)  ภาพจาก Japan Monthly Magazine

จุดเริ่มต้นของทริป

“อยากได้ฟูจิมุมนี้ ไปปีน Minami Alps กันมั๊ยคร้าบพี่น้อง” พี่ในกลุ่มที่ออกไปถ่ายรูปฟูจิซังบ่อยๆ โพสท์สเตตัสนี้ขึ้นมาพร้อมกับลิงค์ของภาพด้านบนเพื่อชวนสมาชิกคนอื่นๆ แบบที่ทำเป็นประจำ เมื่อเห็นภาพนี้ผมก็รู้สึกคุ้นตาราวกับเคยเห็นจากที่ไหนมาก่อน และเมื่อตามลิงค์เข้าไปอ่านรายละเอียดดูก็พบว่าภาพนี้ถ่ายจากยอดคิตะดาเกะที่ผมเคยไปปีนกับรุ่นน้องเมื่อสองปีก่อน (อ่านประสบการณ์การปีนของผมในครั้งแรกได้จากโพสท์นี้ และโพสท์นี้) แต่เนื่องจากตอนนั้นยังไม่ได้เริ่มถ่ายรูปเลยแทบไม่มีรูปอะไรกลับมาอวดใครได้เลย คราวนี้มีโอกาสก็เลยสนใจอยากลองกลับไปอีกซักรอบเพื่อเก็บภาพฟูจิใบนี้เช่นกัน และเมื่อเล่าประสบการณ์การปีนให้พี่ๆ เค้าฟังกันแล้วก็ตกลงว่าจะเราจะไปปีนเขานี้ในช่วงโอบ้งที่เป็นวันหยุดยาวในเดือนสิงหาคมกัน

สถานที่และการเดินทาง

ยอดคิตะดาเกะนั้นเป็นหนึ่งในยอดเขาที่อยู่ในเทือกเขาเจแปนแอลป์ใต้ โดยทางขึ้นที่สะดวกที่สุดก็คือขึ้นจากเมืองมินามิแอลป์ (Minami alp-shi) ไปลงที่ Hirogawara (広河原) แล้วเดินขึ้นเขาไปเรื่อยๆ ในแผนที่ระบุว่าใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทือกเขาแอลป์ใต้หาอ่านได้จากวิกิพีเดีย และเว็บไซต์ของอุทยานแห่งชาติมินามิแอลป์ (ภาษาญี่ปุ่น)

การเดินทางไปยัง Hirogawara นั้นทำได้หลายทางเช่น

  • นั่งรถบัสจากสถานี Kofu (甲府) ไปลงที่ Hirogawara โดยจะมีบัสวันละหลายเที่ยว รอบเช้าสุดคือตีสาม ถึงที่ Hirogawara ตอนหกโมงเช้า
  • นั่งรถบัสรอบพิเศษจากชินจุกุ ไปลงที่ Hirogawara ตอนหกโมงเช้า
  • เช่ารถไปจอดไว้ที่ที่จอดรถ Ashiyasu (芦安駐車場) ที่อยู่ใกล้ๆ ปากทางเข้ามินามิแอลป์ แล้วนั่งรถบัสต่ออีกประมาณ 1 ชั่วโมงก็จะถึงที่ Hirogawara

IMG_5177

พวกเราวางแผนเดินทางแบบคร่าวๆ ว่าจะเช่ารถโดยออกจากโตเกียวในคืนวันศุกร์ขับไปจอดรถที่ Ashiyasu ตอนตีสามเพื่อรอขึ้นรถไปที่ Hirogawara (กรอบสีส้มทางบนขวา) ตอน 6 โมงเช้าวันเสาร์แล้วเริ่มเดินขึ้นเขาไปตามเส้นสีฟ้าใช้เวลาตามแผนที่ประมาณ 6 – 7 ชั่วโมงก็จะถึงจุดพักสำหรับนักเดินทางหรือโคยะ (小屋) ที่ชื่อว่าคิตะดาเกะซันโซ (北岳山荘 – กรอบสีเหลี่ยมสีส้มทางล่างซ้าย) ก่อนพระอาทิตย์ตก จากนั้นก็นอนพักผ่อนแล้วตื่นมาถ่ายภาพฟูจิซังตอนตีสี่ เมื่อฟ้าสางเต็มที่ก็เดินลงเขาตามเส้นสีเขียวขึ้นบัสรอบเย็นที่ Hirogawara เพื่อกลับมาที่รถแล้วขับรถกลับโตเกียว ถ้าทำได้ตามนี้เราน่าจะถึงโตเกียวก่อนเที่ยงคืนวันอาทิตย์

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมของการเดินทางวิธีอื่นสามารถดูได้จากเว็บไซต์ของบริษัทขนส่งยามานาชิ

อุปกรณ์

อุปกรณ์ต่างๆ สำหรับอุปกรณ์ที่เตรียมไปในครั้งนี้ก็คงไม่ต่างจากการปีนเขาอื่นๆ มากนัก เช่นเสื้อผ้า เครื่องใช้ส่วนตัว แปรงสีฟัน เสื้อกันฝน หมวก อาหาร และอุปกรณ์กันหนาว เพราะด้วยความสูงกว่า 3000 เมตรและลมแรงที่ยอดเขาทำให้อากาศบนยอดนั้นอาจจะมีอุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาได้แม้จะอยู่กลางฤดูร้อนก็ตาม

สำหรับอุปกรณ์ที่ผมเตรียมไปมีดังนี้

  1. เสื้อผ้า (เสื้อยืด กางเกงใน ฯลฯ) เอาไปเปลี่ยนตามจำนวนวัน
  2. หมวก
  3. ชุดกันฝน
  4. อุปกรณ์กันหนาว (เสื้อกันหนาว ลองจอห์น ฮีทเทค ฯลฯ)
  5. รองเท้าปีนเขา
  6. ถุงเท้าหนาๆ ตามจำนวนวัน
  7. ขนมปัง สำหรับ 5 มื้อ
  8. Energy bar + ขนมให้พลังงานสำหรับทานระหว่างทาง
  9. iPhone + Power bank
  10. แปรงสีฟัน + ยาสีฟัน
  11. ครีมกันแดด
  12. ทิชชู่เปียก + ทิชชู่แผ่นธรรมดา
  13. ยาแก้ปวด ฯลฯ
  14. อุปกรณ์ถ่ายภาพ (กล้อง เลนส์ ขาตั้ง ฯลฯ)

เนื่องจากทุกคนต้องแบกอุปกรณ์ถ่ายภาพอย่างกล้องและขาตั้งกล้องขึ้นไป และเราก็ไม่ได้มีแผนที่จะเดินทางไกลๆ เราก็เลยไม่เตรียมเต้นท์ ถุงนอน และอุปกรณ์ทำอาหารขึ้นไป แต่ทานอาหารและนอนที่โคยะแทน

เลื่อนแล้วเลื่อนอีก

หลายคนที่มีประสบการณ์การปีนเขามาบ้างคงจะพอรู้ว่าอากาศบนเขานั้นแปรปรวนง่ายมาก และที่สำคัญคือพวกเราตั้งใจจะไปถ่ายรูปฟูจิซัง ดังนั้นเราจึงต้องแน่ใจว่าวันที่เราจะไปปีนนั้นอากาศดีเพราะถ้าอากาศไม่ดีจนทำให้มองไม่เห็นฟูจิซังก็เท่ากับเราไปเสียเที่ยว ดังนั้นพวกเราเลยตรวจสอบพยากรณ์อากาศที่ยอดเขาจากเว็บไซต์ Tenki no kurasu (ภาษาญี่ปุ่น) และเลื่อนนัดไปจนกระทั่งเจอสุดสัปดาห์ที่อากาศเหมาะสมกับการปีนเขาทั้งสองวันถึงจะตัดสินใจปีน โชคไม่ดีที่สภาพอากาศในปีนี้ค่อนข้างแปลกประหลาดมีฝนตกและเมฆมากตลอดฤดูร้อนไม่เหมาะสมกับการปีนเขาเกือบทุกอาทิตย์ พวกเราทำได้แค่เลื่อนนัดไปเรื่อยๆ โดยหวังว่าจะต้องเจอซักสัปดาห์ที่เราจะได้ปีนเขานี้

ตัวอย่างพยากรณ์อากาศ วันที่ 12 กันยายนมีฝนตกตอนบ่าย ไม่แนะนำให้ปีน (เกรด C) แต่วันที่ 13 และ 14 นั้นอากาศดีเหมาะกับการปีน (เกรด A)
ตัวอย่างพยากรณ์อากาศ วันที่ 12 กันยายนมีฝนตกตอนบ่าย ไม่แนะนำให้ปีน (เกรด C) แต่วันที่ 13 และ 14 นั้นอากาศดีเหมาะกับการปีน (เกรด A)

 

พวกเราเลื่อนนัดกันครั้งแล้วครั้งเล่าตั้งแต่สัปดาห์ที่สองของเดือนสิงหาคมมาจนกระทั่งถึงกลางเดือนกันยายน พยากรณ์อากาศบอกว่าอากาศดีมากทั้งวันที่ 13 และ 14 นอกจากนี้วันที่ 15 ยังเป็นวันหยุดที่เราจะได้ใช้พักผ่อนฟื้นร่างกายได้อีกวันอีก เมื่อทุกอย่างเป็นใจขนาดนี้แล้วเราก็เลยทำการจองรถ นัดกันที่สถานีโตเกียวเพื่อเริ่มเดินทางไปสู่มินามิแอลป์ในคืนวันศุกร์ที่ 13 ด้วยกำลังใจเกินร้อย

ก่อนออกเดินทาง เราวาดฝันถึงความสวยงามของฟูจิซังยามต้องแสงพระอาทิตย์ไว้ซะดิบดี โดยที่ไม่ได้เอะใจเลยว่าเราได้ตัดสินใจผิดพลาดจนเกือบจะเอาชีวิตไปทิ้งที่ยอดเขาเสียแล้ว

(อ่านต่อตอนที่สองที่นี่)