manga

Death Note and Otter #11

There were used to be a few number of manga that I cannot resist to browse to Onemanga and search for its scanslation, Full Metal Alchemist, for example. The main reason is scanslation requires very much effort to read and translate. More importantly, it doesn't allow me to read while I'm rolling on my bed. However, there is an exception for this manga, Bakuman.

This latest brainchild of Tsugumi Ohba and Takeshi Obata tells us the story about 2 school boys who dream to be mangaka, or manga artist. It reveals how a manga is selected to be serialized in the weekly magazine and how the editor and mangaka work together. Although this story is fictional, it sometimes refers to the other popular manga which are running in the magazine such as One Piece, Bleech, Naruto and Reborn!. It is revealed later that some of the characters are based from the real-world people, at least most of the editors team. In short, the plot is irresistible and the tone is much different from their previous masterpiece, Death Note.

Bakuman Editor

Recently, I picked up my copy of Death Note and re-read it to the end. After I finished the series, I read the staff page which resides in the last page of the last volume for the first time. Amazingly, there is the editor name who responsible for this manga, Kochi Yoshida, printed right after the head of editor's name. Then, I swiftly looked up his name from my copy of Bakuman and also spotted his name on the character page. He is the editor who responsible for the "Otter #11". And if I guess correctly, the editor of Otter #11 and Death Note is the same person!

Kochi while presenting the Otter#11

Although this is not so surprise after I know the fact that some of the characters are based from the real people, this still amazes me and makes me wonder who is the editor for Bakuman. Someone said he is Aida (the bottom right guy from the above picture). I have no idea about this. Who do you think?

CBR & CBZ

ตั้งแต่ไปฟังงาน BarcampBkk3 ต้องขออภัยที่ไม่ได้บล็อกเกี่ยวกับ barcamp เลยนอกจากอันนี้

ตอนนั้นไปทำการละเมิดไฟล์มาจาก @thanr ได้ไฟล์จำพวก cbr, cbz มาชุดนึง ซึ่งไม่รู้ว่ามันคืออะไร รู้แค่ว่ามันต้องใช้โปรแกรมพิเศษเพื่อเปิดอ่าน

จำได้ลาง ๆ ว่าเคยหาข้อมูลเกี่ยวกับไฟล์พวกนี้เหมือนกัน แต่ลืมไปเรียบร้อยแล้วจนกระทั่งมาเจอสคริปต์ที่มีคุณค่าต่อมวลมนุษย์ผู้ชื่นชอบการอ่านการ์ตูนขนาดเอาไปขึ้นหิ้งได้ ก็เลยรู้ว่าจริงๆแล้วมันคือไฟล์ zip ธรรมดาๆ นี่เอง ถ้าเป็น cbr ก็เป็น Rar เข้าใจว่าจะได้ง่ายการเก็บมากกว่าเรื่องขนาดไฟล์เพราะภาพพวกนี้มันคงจะบีบอัดได้น้อยอยู่แล้ว

ดังนั้นก็แปลว่า การ์ตูนใดในโลกหล้า หากมันอยู่ในรูปแบบ zip หรือ rar และเรียงหน้าด้วยชื่อไฟล์ชัดเจนแล้วไซร้ ล้วนแต่สามารถเปิดได้ด้วยโปรแกรมอ่านการ์ตูนได้ทั้งสิ้น

การ์ตูนจงเจริญ !!! All hail manga!!! All hail comics!!!

ปล. ขอบคุณวิกิพีเดียสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

20th century boys

ได้ยินชื่อ 20th century boys ครั้งแรกมีสาวแนะนำให้อ่าน ตอนนั้นก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่

หลังจากนั้นลองซื้ออ่านดูเพราะเห็นมันมีไม่กี่เล่ม แถมยังกำลังดัง สนุกชัวร์ ซื้อมาอ่านเล่มสอง อ่านๆไปก็ไม่เห็นหนุก แต่เค้าว่าหนุกกัน เล่มหลังๆมันก็ต้องหนุกขึ้นดิๆๆๆๆ ไปเรื่อยกว่าจะรู้ตัวก็ ..... กลายเป็นว่าติดงอมแงมจนถึงขั้นสั่งทำเข็มกลัดเพื่อนมาอันนึง (ที่ตอนนี้ไม่รู้อยู่ไหน)

ตอนแรกคุยกับพี่ที่ออฟฟิศเอาไว้ว่า หลังจาก 007 แล้วก็ไม่เห็นมีหนังอะไรน่าดูเลยจนกระทั่งมีผู้ใหญ่ใจดีชี้ให้เห็นว่ามันยังมีเรื่องนี้อยู่

hobby

หลายๆคนพอเห็นหน้าตาท่าทางเนิ้ดๆของผมแล้วก็มักจะถามว่า ปกติอยู่บ้านทำอะไรบ้างวะ หรือใจความง่ายๆก็ถามนั่นแหละว่างานอดิเรกคืออะไร พอเจอคำถามนี้ทีไรก็มักจะเกาหัวบอกกับตัวเองว่า "เออ ปกติเราทำอะไรบ้างวะเนี่ย" ถ้าบอกว่าไม่มีก็จะดูเหมือนจะโหดร้าย ฆาตกรรมสิ่งสำคัญของมวมนุษยชาติที่ชื่อเวลาไปได้อย่างเลือดเย็น ครั้นจะตอบสิ่งที่เคยกระทำอย่างหัดถ่ายรูปก็เลิกไปนานแล้ว หรือจะหัดทำอาหาร ก็ชิงเปลี่ยนจากงานอดิเรก ไปเป็นงานนานๆทีทำกับข้าวไปแล้ว ก็เลยจะตอบไปว่า เล่นเน็ตกับอ่านหนังสือแล้วกันแต่พอคิดไปคิดมา ไม่ว่าจะงานหลัก งานประจำ หรืองานเฉพาะกิจ ชีวิตก็มักจะพัวพันอยู่กับคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว ตอบว่าเล่นเน็ตก็จะดูประหลาดไปนิดนึง หลังๆก็เลยเปลี่ยนเหลือแค่ อ่านหนังสืออย่างเดียวแล้วกัน แต่คงต้องขอวงเล็บไว้ว่าไอ้หนังสือที่พูดถึงน่ะ มันมีแต่หนังสือการ์ตูนเท่านั้นที่ได้ถูกนำมาใช้ผลาญเวลาชีวิต แล้วที่สำคัญก็คือการไม่นิยมการเช่าการ์ตูนหรือหยิบยืมการ์ตูนเพื่อนอ่านถ้ามันไม่ได้ซื้อให้เห็นตรงหน้า ดังนั้นงานอดิเรกตอนนี้ก็คือการสะสมการ์ตูนไปโดยปริยาย

ตอนนี้ราคาการ์ตูนก็ขึ้นเอ้าขึ้นเอา แต่เงินในกระเป๋ามันก็ชอบเล่นซ่อนหาอยู่เรื่อย เวลาซื้อการ์ตูนก็เลยมักจะซื้อเรื่องเขียนโดยคนที่ติดตามผลงานอยู่แล้ว ปกติถ้าเป็นคนเขียนที่ชอบอย่างอาดาจิ มิตซึรุ นี่แทบจะไม่ต้องดูว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรก็หยิบมาเลย แต่แบบนี้ก็ทำเอาเซ็งได้เหมือนกัน เพราะหลังๆคนเขียนที่ชอบมันดันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่สำหรับเรื่องอื่นๆถ้าไม่เคยยืมเพื่อนอ่าน ก็จะใช้วิธีถามเพื่อนที่ชอบซื้อการ์ตูนดูว่ามันเป็นยังไงแล้วก็ค่อยซื้อ ส่วนใหญ่แล้วถ้าไม่การันตีจริงๆ การ์ตูนในกลุ่มนี้ก็มักจะไม่ได้แอ้มเงินกระผมแน่นอน

และเนื่องด้วยความขี้เกียจเป็นเหตุ ทำให้เวลาเอาหนังสือการ์ตูนมาอ่าน (หรือบางทีก็เป็นพวกหนังสืออ่านทั่วๆไป รวมไปถึงนวนิยาย) พออ่านจบก็มักจะกองๆเอาไว้ แถมไม่ได้กองเป็นเรื่องๆ แต่จะกองตามลำดับการอ่าน ดังนั้นพอนานวันเข้ามันก็จะกลายสภาพจากกอง เป็นหลายกอง จนกลายเป็นสุมไปในที่สุด พอถึงช่วงนี้ก็เลยมีงานอดิเรกเพิ่มอีกงานคือ การเก็บกวาดการ์ตูนให้เข้าชุดนั่นเอง ซึ่งคาดว่าคงจะต้องจัดการไอ้สุมที่อยู่ข้างๆนี้ภายในสัปดาห์นี้แล้วนี่ล่ะ

ว่าแต่ไอ้ข้างบนนี่ คนอื่นเค้าถือว่ามันเป็นงานอดิเรกรึเปล่าน้า

ปล. ถ้าให้เพิ่มงานอดิเรกอีกอย่างก็คงจะเป็นคิดนู่นคิดนี่ไปเรื่อยๆ หรือที่เรียกว่าเพ้อเจ้อนั่นแล

ผีซ่าส์กับฮานาดะ

ทั้งๆที่เมื่อก่อนติดการ์ูตูนช่องเก้ามากแท้ๆ แต่พอขึ้นม.ปลายแล้วก็ไม่ได้ดูการ์ตูนอีกเลยเนื่องจากว่าต้องตื่นไปเรียนพิเศษ แล้วพอเข้ามหาลัยก็มีกิจกรรม งาน หรือไม่ก็อยากตื่นสายๆเลยทำให้หยุดดูการ์ตูนไปโดยปริยาย