book

Ender's Game

หลังจากพลาดไปนาน ในที่สุดก็ได้อ่าน Ender's Game หรือที่มีชื่อไทยว่า "เกมพลิกโลก"

สำหรับเนื้อเรื่องเล่าแบบคร่าวๆก็คือเป็นเรื่องราวของเด็กอัจฉริยะที่ชื่อ เอนเดอร์ วิกกิน ที่ถูกจับไปฝึกให้เป็นผู้บังคับบัญชากองทหารตั้งแต่อายุ 6 ขวบ เพื่อจะมาเป็นผู้บังคับบัญชากองทหารที่จะปกป้องโลกจากการรุกรานจากมนุษย์ต่างดาว ในเวลาเดียวกันก็พูดถึงความแตกแยกของผู้คนบนโลกเองที่ต่อสู้กันเพื่อผลประโยชน์และอำนาจ

เนื้อหาโดยรวมไม่ได้กล่าวถึงการรบอย่างละเอียดนัก แต่การดำเนินเรื่องเน้นไปที่ความกดดันที่เอนเดอร์ได้รับและสิ่งที่เอนเดอร์แสดงออก เมื่อเรื่องดำเนินต่อไป แนวคิดในด้านการเมือง วัฒนธรรมและปรัชญาก็เริ่มถูกสอดแทรกเข้าอย่างเรื่อยๆ ที่สำคัญยิ่ง แม้ว่าเรื่องนี้จะถูกเขียนเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว แต่เนื้อเรื่องกลับไม่ล้าสมัยไปตามเวลาจนนึกว่าเรื่องนี้ถูกเขียนขึ้นมาเมื่อปีหรือสองปีที่แล้วนี้เองด้วยซ้ำ ที่ติดใจที่สุดก็เห็นจะเป็นอำนาจของสื่อที่ทำหน้าที่มากกว่าการนำเสนอข่าวแต่ยังทำหน้าที่ยุแยง วางแผนการต่างๆ หรือแม้กระทั่งสะกดจิตหมู่เพื่อก้าวสู่อำนาจได้อย่างแนบเนียน

Ender's Game ภาคภาษาไทยออกมาสองเล่มจากทั้งหมดแปดเล่ม แปลโดย อ.ดร.ยรรยง เต็งอำนวย จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์เอเอสเคมีเดีย ช่วงนี้มีงานหนังสือ บูธของสำนักพิมพ์ก็มีโปรโมชันขายสองเล่มในราคา 450 บาท และเปิดจองเล่มสามในราคา 450 บาทด้วยเช่นกัน ผมซื้อมาไม่เสียดายเลยที่ตรงดิ่งไปซื้อที่บูธ O20(โอยี่สิบ) ก่อนจะเดินเที่ยวงานเสียอีก

Let's Translate

เมื่อก่อนเคยคิดว่าในการทำงานในวงจรการพััฒนาโปรแกรมทั้งหมดเนี่ย การแปลเป็นงานที่น่าเบื่อและไม่เห็นจำสำคัญตรงไหนเลย แต่แล้วความคิดก็มาเปลี่ยนเมื่อเร็วๆนี้นี่แหละ ที่ทำให้คิดว่า งานแปลนี่แหละที่จะช่วยให้ประเทศมีภูมิปัญญาสู้กับคนอื่นได้บ้าง

ยกตัวอย่างใกล้ตัวที่สุดเลยก็คือญี่ปุ่น เมื่อก่อนก็พอจะรู้มาบ้างว่าคนญี่ปุ่นไม่ค่อยเก่งภาษาอังกฤษ มารู้ซึ้งกับตัวก็ตอนต้นปีนี่แหละว่า คนญี่ปุ่นทั่วๆไปก็ไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษไปกว่าประเทศไทยซักเท่าไหร่ แต่ทำไมจำนวนคนเก่งๆของญี่ปุ่นถึงเยอะกว่าเมืองไทยเยอะ นั่นคงเพราะว่าประเทศญี่ปุ่นมีอัตราการอ่านออกเขียนได้สูงมาก แล้วคนเค้าก็ขยันกว่าบ้านเรา แต่สิ่งหนึ่งที่นึกขึ้นมาได้ก็คือ จะเป็นเพราะเค้ามีตำราที่เป็นภาษาญี่ปุ่นอยู่มากเลยทำให้ภาษาไม่ใช่ปัญหาในการเรียนรู้

มีเพื่อนมาถามบ่อยๆว่าถ้าอยากรู้เรื่องนี้ จะไปหาอ่านได้ที่ไหน พอให้เว็บไปก็บ่นกลับมาว่า อยากได้เป็นภาษาไทย ไม่มีเหรอ ภาษาอังกฤษขี้เกียจอ่าน อ่านไม่ออก พอมาถึงวันนี้ก็เลยถึงบางอ้อว่า ถ้าเรามีข้อมูล เนื้อหา หรือความรู้ที่เป็นภาษาไทยแล้วล่ะก็ "ค่าใช้จ่ายในการเรียนรู้" มันคงจะลดลงแล้วก็น่าจะทำให้ความสามารถโดยรวมสูงขึ้นแน่ๆ แต่นั่นก็แสดงว่าความรู้ที่อยู่ในรูปแบบภาษาไทยจะต้องให้ข้อมูลได้แบบเดียวกับที่เป็นอยู่ในภาษาต่างประเทศ ถ้าเป็นแบบอังกฤษอย่างไทยอย่างแบบนั้นมันคงไม่ได้ผลซักเท่าไหร่

ปิดท้ายด้วยรูปนี้แล้วกัน fb