ผมไม่ได้เขียนบล็อกมานาน นานเสียจนจำไม่ได้ว่าเขียนครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่
ผมเล่นทวิตเตอร์บ่อยมาก บ่อยเสียจนจำไม่ได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ทวีตนั้นเมื่อไหร่
ผมเชื่อว่าสิ่งที่ทำให้ผมเขียนบล็อกน้อยลงทุกวันนี้เพราะผมขี้เกียจขึ้น เพราะงานเยอะขึ้นหรือ ? ก็อาจจะมีส่วน แต่ที่สำคัญคือ ผมเชื่อว่าการเขียนบล็อกทุกวันนี้มันยังยากไป
ถึงจะบอกว่ากระบี่อยู่ที่ใจ แต่บางครั้งจอมยุทธ์ก็ไม่พกอาวุธเพราะยังหาอาวุธคู่ใจไม่เจอก็ได้
ทุกวันนี้ ผมใช้ drupal เขียนบล็อก ผมเริ่มรู้สึกยุ่งยากและใช้แรงมากในการเขียน การใส่รูปทุกอย่างต้องทำด้วยมือและใช้ markdown จัดรูปแบบ ผลลัพธ์ที่ถูกต้องกลับแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและแรงกาย การดูแลเอาใจใส่เป็นเรื่องน่าเบื่อ ผมต้องลับกระบี่เหล็กดำที่ชื่อ drupal บ่อยๆ และทุกขั้นต้องทำด้วยตนเอง การทำทุกอย่างด้วยมือตัวเองทำให้ผมเริ่มเบื่อที่จะเขียนบล็อก แรงผมเริ่มน้อยลง ผมขี้เกียจเกินไปสำหรับกระบี่เหล็กดำเล่มนี้แล้ว
ผมออกเดินทางหากระบี่เล่มใหม่ที่มีลูกเล่นมากขึ้น ช่วยให้ผมใช้กระบวนท่าได้ง่ายขึ้น wordpress นั้นช่วยอะไรหลาย ๆ อย่าง ในตอนแรกผมชอบมัน ผมลองใช้มันทำนู่นทำนี่ง่ายกว่า drupal มากนัก แต่หลังจากใช้ไปซักระยะหนึ่ง กลับพบว่ามันฉลาดจริง ลูกเล่นมันมากมายจริง แต่สิ่งที่ใช่สำหรับคนอื่นมันยังไม่ใช่สำหรับผม มันยังต้องการการเอาใจใส่ มันต้องการความสนใจ ที่สำคัญคือมันยังหนักเกินกว่าที่แขนอันไร้เรี่ยวแรงของผมจะกวัดไกวได้ ผมเริ่มระลึกได้ว่าผมไม่ได้ต้องการใช้กระบี่ชื่อดัง แต่ผมกำลังมองหาความเรียบง่าย ผมต้องการอะไรที่ง่ายกว่านั้น และเบากว่านั้น
ผมเริ่มออกตามหากระบี่ในฝันอีกครั้ง ผมได้ยินใครหลายคนใช้ดาบสั้นชื่อว่า Tumblr ถึงแม้ว่าจะไม่ชินหูเท่ากับกระบี่สองอันก่อนหน้า มันก็เริ่มเป็นที่น่าพึงใจของผม ผมลองใช้ไประยะหนึ่งพบว่า ผมเริ่มอึดอัดกับดาบสั้นเล่มนี้ กระบวนท่ามันมากมาย แต่กว่าจะโจมตีได้ต้องออกกระบวนท่าอีกหลายขยัก ผมคิดว่ามันยังคงเป็นดาบที่ดีอยู่แต่ผมเริ่มรู้สึกว่ามันน่าจะมีสิ่งที่ดีกว่านี้
ผมเริ่มเห็นคนใช้มีดสั้นชื่อ posterous ผมลองใช้บ้าง พบว่ามันสวยงาม เรียบง่าย มีดสั้นเล่มนี้เป็นมีดเล่มแรกที่ทำให้ผมได้พบกับความเรียบง่ายอันทรงพลังที่เคยหวังไว้ "นี่มันเซียวลี้ปวยตอชัดๆ!" ผมคิด จนกระทั่งวันหนึ่งผมก็พบกับความจริงที่ว่ามันทรงพลังเกินกว่าจะปล่อยออกไปโดยไม่คิดได้ เพียงการปาครั้งเดียวสิ่งที่มันคิดว่าเป็นเป้าหมายทั้งหมดจะถูกจัดการโดยไม่มีพลาด แน่นอนว่าบางครั้งมันจัดการสิ่งที่ผมเห็นว่าไม่ใช่เป้าหมายไปด้วย และถึงแม้ว่ามันจะไม่พลาดเป้า แต่ความทรงพลังจนเกินไปและรายละเอียดเล็กน้อยในท่วงท่ากลับเปิดเผยข้อด้อยที่ทำให้ผมลังเลที่จะใช้มัน ผมอาจจะต้องหัดควบคุมมันให้อยู่มือมากกว่านี้ก่อนที่จะซัดมันออกไป
ผมเริ่มกลับมามองตัวเองว่าผมแรงน้อยเกินไปรึเปล่า หรือผมเรื่องมากเกินไปรึเปล่า ที่จริงๆแล้วผมควรจะต้องปรับตัวเข้ากับอาวุธและไม่คาดหวังกับกระบี่ที่คนอื่นตีให้ผมใช้จนมากเกินไป ตอนนี้ผมก็ได้หวังว่าซักวันผมจะได้เจออาวุธคู่ใจที่เหมาะกับผม