Life

How will I die?

in

Got this from *Escribitionist.

How will I die?
Your Result: You will die while saving someone’s life.
 

The most noble of all deaths. Your rewards will be great in the next life. You are most definitely a humanitarian. If not currently, you will be. To give one’s life is a precious moment that will be remembered by friends and family for many decades.

You will die in a car accident.
 
You will die of boredom.
 
You will die in your sleep.
 
You will die from a terminal illness.
 
You will die in a nuclear holocaust.
 
You will be murdered.
 
You will die while having sex.
 
How will I die?
Quiz Created on GoToQuiz

.. I have a question. Who is someone?

น้ำปลาพริก

in

ผมเคยได้ยินใครสักคนบอกว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีน้ำจิ้มเยอะที่สุดในโลก ตั้งแต่ ซีอิ๊วเค็ม ซีอิ๊วหวาน น้ำปลา น้ำจิ้มไก่ บ๊วยเจี่ย จิ๊กโฉ่ว ฯลฯ อาหารแต่ละอย่าง ก็มีน้ำจิ้มต่างกันไป หรือแม้กระทั่งอาหารอย่างเดียวกันก็ตาม แค่ซื้อจากคนละร้านก้ได้น้ำจิ้มต่างกันแล้ว ถ้าไม่เชื่อลองไปซื้อไก่ย่างห้าดาวดูสิ รับรองว่าน้ำจิ้มที่ได้กลับมาจะเป็นน้ำจิ้มไก่ แต่ถ้าไปซื้อไก่ย่างจากร้านส้มตำ ก็จะได้แจ่วมาแทน ส่วนเครื่องปรุงรสก็มีเยอะไม่แพ้กัน ในร้านก๋วยเตี๋ยวก็จะมี พริก น้ำปลา น้ำส้ม น้ำตาล บางที่ก็มีน้ำมะนาวแถมอีกต่างหาก บางร้านก็มีทั้งน้ำส้มพริกหั่น กับน้ำส้มพริกดอง แต่ถ้าเป็นร้านอาหารตามสั่ง สิ่งที่คาดไม่ได้เลยก็ต้องเป็น น้ำปลาพริก หรือที่บางคนเรียกว่า พริกน้ำปลา อย่างแน่นอน

เมื่อก่อนผมก็ยังไม่ค่อยไปร้านอาหารตามสั่งบ่อยเท่ากับไปร้านก๋วยเตี๋ยว ดังนั้นเครื่องปรุงรสที่อยู่ในหัวผมก็จะมีเท่าที่พวงเครื่องปรุงของร้านจะมีได้ ก็คือ น้ำปลาในขวดที่ชาติก่อนมันเคยเป็นขวดโค้ก น้ำส้มที่มีพริกชี้ฟ้าหั่น น้ำตาลทรายขาว แล้วก็พริกป่น แล้วผมเองปกติก็จะเป็นคนกินเค็มอยู่แล้ว เครื่องปรุ่งที่จะมองหาอย่างแรกหลังจากได้อาหารก็คือน้ำปลานั่นเอง การไปทานข้าวที่ร้านอาหารตามสั่งจึงเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้ผมได้พบกับเครื่องปรุงรสยอดนิยมอย่างน้ำปลาพริกนั่นเอง
เจ้า น้ำปลาพริกถ้าดูจากสิ่งที่อยู่ในถ้วย โหล ขวด แล้ว แต่ละร้านก็อาจจะมีเทคนิคคล้ายๆกันคือเอา พริกขี้หนูมาซอย ใส่ลงในน้ำปลา บางเจ้าก็ใส่มะนาวลงไปด้วย ด้วยความที่เป็นเด้กก็เลยไม่ชอบกินเผ็ด ก็เลยสงสัยว่า น้ำปลาพริกมันจะไม่เผ็ดรึไง ใส่พริกลงไปตั้งเยอะ แถมพอกินจริงๆกลับไม่มีรสเผ็ดเลยเพราะไม่ได้ตักส่วนที่เป็นพริกมาด้วย ส่วนที่ใส่มะนาวนั่นน่าฉงนกว่าซะอีกเพราะไม่มีรสเปรี้ยวเลยแม้แต่น้อย แถมไม่มีกลิ่นมะนาวซะอีก

สิ่งที่น่าฉงนที่สุดของน้ำปลาพริกกลับไม่ใช่เรื่องของรสขาติ หากแต่เป็น ชื่อเรียก!!!
เคยคุยกับเพื่อนเรื่องนี้อยู่ประจำว่า สุดท้ายแล้ว ไอ้เจ้าเครื่องปรุงรสอันนี้มันเรียกอะไรกันแน่ระหว่าง น้ำปลาพริก หรือพริกน้ำปลา

โดยส่วนตัวแล้วผมเรียกไอ้เจ้าสิ่งนี้ว่าน้ำปลาพริก สาเหตุก็เพราะ มันมีน้ำปลาเยอะมาก แล้วใส่พริกลงไปนิดหน่อย ดังนั้น มันก็น่ามาจากน้ำปลาที่ใส่พริก แล้วก็เรียกสั้นๆว่า “น้ำปลาพริก” แต่เพื่อนผมกลับคิดกลับกัน มันก็เลยเรียก “พริกน้ำปลา” แทนซะอย่างงั้น

ที่เจ็บใจที่สุดคือ มันถามกลับว่า “งั้นถ้าเรียกว่า น้ำปลาพริก ทำไมที่ใส่มะนาวด้วย มึงไม่เรียกว่า น้ำปลาพริกมะนาววะ” ถามแบบนี้ก็ถึงขั้นอึ้งกันเลยทีเดียว

อยากจะรู้เหมือนกันว่าคนอื่นเค้าเรียกกันว่าน้ำปลาพริก หรือพริกน้ำปลามากกว่ากัน แล้วที่ถูกจริงๆ มันควรจะเรียกว่าอะไร

ปล. ลองหา Google ด้วยคำว่า น้ำปลาพริก กับ พริกน้ำปลา ได้ผลประมาณ 14,200 และ 11,800 ตามลำดับ

Game Mashup

in

เมื่อกลางวันเกิดความคิดประหลาดๆขึ้นมาอันนึงตอนที่เห็นคนเล่นเกม Monster Hunter ใน PSP

ก็เลยคิดขึ้นมาได้ว่า ถ้าเกิดเราเอา สิ่งมีชีวิตใน spore มาสร้างให้เป็นมอนสเตอร์ในเกม Monster Hunter แล้วจะเป็นยังไง

คนสร้างสิ่งมีชีวิตก็สร้างไป แล้วเดี๋ยวมันก็จะเติบโต สืบพันธุ์หรือวิวัฒนาการไปเรื่อยๆ ส่วนฝั่ง Monster Hunter ก็จะมีมอนสเตอร์หน้าตาประหลาดเข้ามาให้ล่าเยอะขึ้นเรื่อยๆ ท่าทางจะสนุกมิใช่น้อย

ไอเดียนี้มันเข้าท่าไหมหว่า

ต่อไปเกมออนไลน์ อย่าง SecondLife อาจจะเปิด API ให้เราเอาข้อมูลไปใช้ทำอะไรในเกมอื่นๆก็ได้ เราอาจจะเอาตัวละครใน SecondLife ไปอยู่ในเดอะ ซิมส์ แล้วมีอาชีพ/งานตามนั้น เปิดร้านขายของในเกมอื่นๆ เปิดโชว์รูมกันใน Facebook หรือสร้างเมืองใน Simcity เสร็จ ก็โยนตัวละครใน SecondLife เข้าไป แล้วก็ไปดูเรื่องราวชีวิตที่บ้านผ่านเดอะซิมส์ แล้วดูชีวิตใน SimTower ส่วนระบบจรจรในเมืองก็ทำอย่างอลังการโดยให้ TTD เป็นต้นแบบในการจัดการด้านการขนส่ง สำหรับส่วนของ supply chain เราก็ดูแลและพัฒนาใน Capitalism โดยทั้งหมดนี้ตั้งอยู่ข้อมูลเดียวกันแบบออนไลน์ โอ้ว กลายเป็นโลกเสมือนแบบ matrix ไปซะแล้ว

นี่เราจะเรียกว่าเป็น ยุค Convergence ได้ไหมเนี่ย

Barcamp Bangkok 2

in

1 สัปดาห์ผ่านไปหลังจากงาน Barcamp Bangkok 2

วันเสาร์ผมไม่ว่างช่วงบ่าย แต่ก็ยังไม่วายไปร่วมแจมในตอนเช้ากับเย็น

เจอหน้าใหม่ก็มากมาย เจอหน้าเก่าๆมากมายเช่นเดิม

ตอนเดินเข้าไปตอนแรก ยังไม่เปิดให้ลงทะเบียน พี่เก่งก็เดินมาพร้อมกับคุณ Gen Kanai จาก Mozilla ก็เลยเดินเอาโปสเตอร์ไปช่วยติด ทำไปทำมาก็เห็นสิ่งที่ยากยิ่งที่จะเห็นในบ้านเรา ทุกคนพร้อมที่จะกระโดดเข้าไปช่วยจัดงาน โดยไม่ต้องมีคนบอก คนที่มาใหม่ก็กระโดดเข้าไปช่วยคนเก่า

หลังจากนั้นก็ไปช่วยรับลงทะเบียนแถว walk-in อ.ยรรยงเป็นคนแรกของแถว

พี่มุก พี่ด็อก พี่จิว มาช่วยลงทะเบียน

นั่งเล่น Rubik อยู่ซักพัก ก็ต้องไปข้างนอก

กลับมาอีกที คือเวลาของ session ก่อนสุดท้าย เข้า l33t t-shirts

แล้วก็เข้า session ในตำนาน

ปิดท้ายวันด้วยปาร์ตี้ ขอขอบคุณ Mozilla ที่ทำให้ได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็น และคิดว่าคงจะไม่ได้เห็นอีกแล้ว


วันที่สองตื่นมาตอนเช้าด้วยอาการมึนๆนิดหน่อย นั่งคุยกับท่านพ่อท่านแม่ แล้วออกมาตอนสิบโมง แน่นอนว่าสาย

มาเขียน session ไป 1 อันคือ Birdnest พร้อมเขียน session “Teach me rubik please” ขอเป็นคนเรียนนะ ไม่ใช่คนสอน

แล้วก็เดินๆนั่งๆอยู่แถวนั้น สังเกตว่า คนน้อยกว่าเมื่อวานอย่างเห็นได้ชัด

งานเริ่ม เข้าฟัง

  • MySQL Tuning

  • Git

  • Birdnest แน่นอนล่ะ ว่าต้องเข้า

เดินออกมา เจอ Kirit ที่ออกมาจากห้อง Django + ASP.NET โดนแซวว่า พลาด Session ASP.NET ได้ไง - -“

  • session ลับ Free Culture โดย อ.โป้ง เป็น speaker ที่ผมชอบสไตล์การบรรยายมากที่สุดเลยแฮะ intonation สุดยิด

  • Innovation & Life at Google ฟังไม่ทัน พูดเร็วแมกซ์

  • กินข้าว แบบชิวๆ โต๊ะเดียวกับคุณ kowito คุยกันโคตรมัน

  • ขึ้นมาฟัง แชร์ร้านอาหารอร่อย รู้สึกว่าเวลามันน้อยไปหน่อยแฮะ เอ่อ ใครยังเก็บรายชื่อไว้กรุณานำมาเผยแพร่ด้วยครับ
    (หลังจากนี้จะเริ่มมั่วๆ จำไม่ได้ว่าเข้าอันไหนก่อนหลัง)

  • Cloud computing discussion โดย Luke และ Sugree

  • RESTful Web

  • Bittorrent ของ อ.ยรรยง
  • ตบท้ายด้วย Rubik ขอบคุณน้องที่มาสอนเล่นมากมาย (รู้สึกว่าจะมากับคุณ kowito) น้องเก่งระดับบร๊ะเจ้าเลยทีเดียว

หลังจากนั้นก็เดินไปกินข้าวกันที่สามย่านใหม่ พร้อมๆกับการดูบอลคู่เชลซีกับสเปอร์

ปิดท้ายด้วยความเจ็บแสบเนื่องจากความขี้เกียจ ก็เลยไปรอรถอยู่ป้ายรถเมล์สามย่าน รออยู่สี่สิบนาที แถมมาที 3 คัน (ปกติถ้ากลับรถไฟฟ้า 40 นาทีก็ถึงบ้านละ)

สุดท้าย ขอบคุณสปอนเซอร์ ผู้ประสานงานและผู้ร่วมงานทุกท่านที่ทำให้เกิดงานดีๆแบบนี้

หมดเวลาสวัสดี